การฝึกอบรม

มูลนิธิก้าวหน้าพัฒนาเชื่อว่าการพัฒนาขีดความสามารถของพลังทางสังคมไทยทั้งในภาครัฐและภาคประชาสังคม เช่นเดียวกับองค์กรศาสนาคือการขับเคลื่อนเราให้ก้าวไปสู่นิมิตในการเห็นเด็กทุกคนในประเทศไทยที่จะเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและได้รับการเอาใจใส่ใจดูแล

เลือกแถบรายการด้านล่างเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอบรมที่เรามีและภูมิใจนำเสนอ

การเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับครอบครัว

ถ้าคุณเชื่อในการลงทุนกับศักยภาพของผู้คน ถ้าคุณเชื่อในความแข็งแกร่งของผู้นำท้องถิ่น ถ้าคุณเชื่อว่าครอบครัวคือสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะเติบโตขึ้น โครงการรักษ์ครอบครัว (KFT) คือคำตอบสำหรับคุณ เราเชื่อว่าการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ใหญ่ช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของเด็ก แทนที่จะลงทุนไปกับการสนับสนุนเงินให้กับการดูแลทางเลือกในรูปแบบสถาบันที่แยกเด็กออกจากครอบครัวของพวกเขา เราเชื่อในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเลี้ยงดูลูกของตนได้

เราเชื่อในการรักษาไว้ซึ่งสถาบันครอบครัว

ถ้าคุณก็เชื่ออย่างนั้น มาฝึกอบรมกับเรา 3 วัน เพื่อเรียนรู้ถึงวิธีการใช้ชุดเครื่องมือหลักสูตรโครงการรักษ์ครอบครัว

นอกจากโครงการหลักของเราอย่างโครงการรักษ์ครอบครัว (Keeping Families Together) แล้ว เรายังภูมิใจเสนอผลงานชิ้นล่าสุดซึ่งได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายการเลี้ยงดูทดแทนในประเทศไทย (Alternative Care Thailand) โดยงานชิ้นนี้ถูกรวบรวมและผลิตขึ้นเป็นคู่มือเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว (The Family Strengthening Handbook) ซึ่งเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ ทักษะ และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับงานเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวจาก 10 องค์กรที่จัดบริการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวในประเทศไทย เป็นการนำเสนอที่พยายามครอบคลุมแนวปฏิบัติที่ดีของงาน/บริการเสริมสร้างความเข้มแข็งกับครอบครัวในภาวะเปราะบางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเสริมสร้างพลังให้ผู้ดูแลในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับเด็กชีวิตของเด็กได้

หากท่านสนใจ เราสามารถจัดอบรมรบเกี่ยวกับการใช้คู่มือเล่มนี้ได้(ทั้ง 2 ภาษา) ซึ่งใช้เวลา 3 วัน หรือ หากองค์กรของท่านสนใจพัฒนาบุคลกรของท่านให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดคู่มือเล่มนี้ต่อไป เราก็สามารถจัดอบรมในส่วนนี้ได้เช่นกัน โดยจะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 5 วัน ติดต่อเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรม KFT

รายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมคู่มือการทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว

การดูแลที่คำนึงถึงบาดแผลทางใจ

การดูแลที่คำนึงถึงบาดแผลทางใจ ให้พื้นฐานในการทำงานร่วมกับประชากรผู้เปราะบางด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ของเราสามารถจัดสัมมนาให้คำแนะนำตั้งแต่ครึ่งวัน หรือการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของความรู้เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ใช้ระยะเวลา 5 วัน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติที่เป็นมืออาชีพในการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อตอบสนองต่อความที่จำเป็นของผู้ใช้บริการ

การฝึกอบรมนี้แนะนำทฤษฎีและงานวิจัยที่ให้ข้อมูลของหลักการในการดูแลที่คำนึงถึงบาดแผลทางใจและภาพรวมของของผลกระทบที่มีต่อผู้เสียหายหรือได้รับผลกระทบจากบาดแผลทางใจจากในอดีต โดยนำเสนอหลักการสำคัญของแนวทางการให้/จัดบริการที่คำนึงถึงบาดแผลทางใจ และสำหรับตัวของผู้ปฏิบัติงานในการจัดบริการโดยตรงเองนั้น การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้เป็นมากกว่าการนำเสนอรูปแบบของกิจกรรมสร้างทักษะเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโอกาสในการเรียนรู้ที่เน้นปฏิบัติจริงเพื่อขยายขีดความสามารถและส่งเสริมการรู้คิดในแนวทางการทำงานเชิงเยียวยาของคุณ

แนวทางการเยียวยาโดยใช้ฐานการสร้างความสัมพันธภาพและความไว้วางใจ (TBRI)

แนวทางการเยียวยาโดยใช้ฐานการสร้างความสัมพันธภาพและความไว้วางใจ ใช้หลักของความผูกพันเพื่อเข้าถึงแทรกแซงกับความต้องการที่ซับซ้อนของผู้ที่มีประสบการณ์กระทบกระเทือนทางใจ เช่น การถูกล่วงละเมิด การถูกละเลยทอดทิ้ง การถูกทารุณ ประสบการณ์ที่เลวร้ายจากความรุนแรง หรือการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นหลักที่ช่วยวางแนวทางในการเข้าถึงแทรกแซงของผู้ดูแลซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อให้การดูแลโดยตรง เป็นการประกอบสร้างระหว่างองค์ความรู้และทักษะต่างๆ ที่จำเป็นที่ส่งผลต่อการรักษาและการฟื้นตัวของผู้ที่ได้รับบาดแผลทางใจ

ผู้ที่มีบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์ในอดีตจะมีอุปสรรคในการไว้วางใจกับผู้ดูแลซึ่งห่วงใยในชีวิตของพวกเขา และมันอาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่สับสน หัวใจสำคัญของ TBRI คือรูปแบบการเข้าแทรกแซงโดยใช้สายสัมพันธ์และการรักษาเยียวยาความสัมพันธ์ เน้นความสำคัญกับการตอบสนองสิ่งที่เกี่ยวโยงและความจำเป็นเร่งด่วนที่แสดงออกทางกายภาพ คู่ขนานไปกับการจัดการพฤติกรรมที่ยังถูกครอบงำโดยความกลัวซึ่งอาจปะทุขึ้น 

แนวทางของ TBRI นั้น ให้แนวปฏิบัติที่สามารถใช้การได้จริงสำหรับนักวิชาชีพ ผู้ดูแล ครูในสาขาต่างๆ หรือผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานกับผู้ที่ได้มีบาดแผลทางใจ เพื่อมองเห็นและเข้าใจผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขาในฐานะคนคนหนึ่ง (Whole person) ซึ่งมีศักยภาพที่สามารถเอาชนะอุปสรรคได้ด้วยตัวของเขาเอง

โดยรูปแบบของ TBRI ได้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในหลากหลายแวดวง ทั้งการทำครอบอุปถัมภ์ การดูแลในบ้านพักเด็ก ในบริบทโรงเรียน ตลอดจนในศูนย์หรือสถานกักกัน  เนื่องด้วยแนวปฏิบัติที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปใปฏิบัติได้จริง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและให้ผลลัพธ์ที่ดีในการเยียวยารักษา มากไปกว่านั้นคือสามารถเข้าถึงหลากหลายสาขาวิชาชีพ

การปกป้องคุ้มครองเด็ก

การฝึกอบรมการคุ้มครองเด็กเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างหลักประกันว่าเจ้าหน้าที่ทุกระดับในองค์กรได้รับการส่งเสริมความเข้าใจถึงความเสี่ยงและการคุ้มครองเด็ก

การปกป้องเป็นกระบวนการที่ทำงานเพื่อคุ้มครองในระดับปัจเจก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง) จากอันตราย เช่น การถูกล่วงละเมิด การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ  โดยเมื่อเข้าร่วมการอบรมนี้ องค์กรจะได้เรียนรู้หล่อหลอมวัฒนธรรมที่เอาจริงเอาจังกับการปกป้องคุ้มครองเด็ก การรายงานแจ้งเหตุ รวมไปถึงการเข้าจัดการ  ซึ่งรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการนี้จะใช้ระยะเวลา 2 วัน เพื่อครอบคลุมเนื้อหาสาระที่จำเป็น

และหากจำเป็น ผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิก้าวหน้าพัฒนาสามารถที่จะให้การช่วยเหลือองค์กรของคุณในการสร้างนโยบายการปกป้องคุ้มครองเด็กที่เหมาะสมและสอดคล้องกับรูปแบบการจัดบริการของคุณได้อีกด้วย

งานด้านครอบครัวอุปถัมภ์

ประเทศไทยกำหนดให้ผู้ดูแลที่ต้องการเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ดำเนินการขึ้นทะเบียนเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมก่อน เด็กที่อยู่ในความอุปถัมภ์อาจประสบกับความยากลำบากมากมาย ซึ่งอาจรวมไปถึงการถูกล่วงละเมิด และการถูกละเลยทอดทิ้ง นี่อาจต้องอาศัยความความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจจากผู้ดูแลที่มีทักษะเพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นพิเศษเหล่านี้  หลักสูตรของเราจะแนะนำคุณเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต่อเด็กที่ถูกจัดให้อยู่ในการดูแลในรูปแบบครอบครัวอุปถัมภ์ และจะช่วยเตรียมคุณในด้านทักษะเฉพาะทางเพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนของพวกเขา

โดยหลักสูตรจะใช้เวลาทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น 5 หน่วย แต่ละหน่วยจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการเจาะจงในหัวข้อที่ต่างกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มความเข้าใจและเตรียมความพร้อมของผู้ดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ

กรอบคิดทางพระคัมภีร์สำหรับการเอาใจใส่เด็กกำพร้า ผู้ลี้ภัย และผู้เป็นม่าย

การฝึกอบรมนี้จัดขึ้นสำหรับองค์กรทางศาสนาเพื่อสร้างความเข้าใจประเด็นหลัก 7 เรื่องในการเอาใจใส่ลูกกำพร้า เด็ก และครอบครัวผู้ซึ่งอยู่ในความยากจนขัดสน ผู้ลี้ภัย และผู้เป็นม่าย (ในที่นี้รวมทั้งแม่ม่ายและพ่อม่าย) ซึ่งถักทอผ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ล นอกจากนี้คุณยังจะได้เรียนรู้การขับเคลื่อนสรรพกำลังทั้งจากสมาชิกและเจ้าหน้าที่คริสตจักรเพื่อเข้าสู่ชุมชนผ่านการใช้ทรัพยากรในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว

ส่งอีเมลหาเราเพื่อหาวิธีในการมีส่วนกับผู้นำชุมชนในการทำให้เด็กเติบโตขึ้นในครอบครัวที่ปลอดภัยและได้รับการเอาใจใส่ดูแล ไม่ใช่สถานสงเคราะห์

อาสาสมัคร

การเป็นอาสาสมัครเป็นวิธีในการสร้างผลกระทบเชิงบวก หัวใจและความตั้งใจที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม เราต้องระมัดระวังถึงความตั้งใจดีนั้นให้แปลความเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายซึ่งสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนและมีจริยธรรม เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายคือการกระทำที่ไม่เป็นอันตรายต่อชุมชนที่คุณเข้าไปมีส่วนร่วม รวมถึงการทำให้ชุมชนที่คุณลงไปเป็นอาสาสมัครนั้นมีสภาวการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หากคุณสนใจในการเข้ามาเป็นอาสาสมัครร่วมกับมูลนิธิก้าวหน้าพัฒนา กรุณาส่งจดหมายแนะนำตัวและประวัติการทำงาน หรือประวัติส่วนตัวของคุณถึงเรา